ราคาคลาดเคลื่อน (Slippage) เกืดขึ้นเมื่อคำสั่งซื้อขายที่เปิดมีราคาแตกต่างจากราคาที่ร้องขอ นั่นคือคำสั่งซื้อขายเกิดราคาคลาดเคลื่อน เนื่องจากราคา Bid/ราคา Ask เกิดการเปลี่ยนแปลงในระหว่างช่วงที่มีการส่งคำสั่งซื้อขายและเมื่อมีการดำเนินการคำสั่งซื้อขายในตลาด
ตัวอย่าง: เทรดเดอร์พยายามส่งคำสั่งซื้อ EURUSD ที่ราคา 1.35601 แต่เนื่องจากความผันผวนของตลาดหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ไม่ดี คำสั่งซื้อขายจึงถูกดำเนินการที่ราคา 1.35700
ราคาคลาดเคลื่อน = (ราคาที่ดำเนินการ - ราคาที่ร้องขอ)/ขนาดของปิ๊ป = (1.35700 - 1.35601)/0.0001 = 9.9 ปิ๊ป
สลิปเพจเกิดขึ้นเมื่อไหร่?
+
ราคาคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นบ่อยเมื่อตลาดมีความผันผวน เนื่องจากราคามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นครั้งคราว ราคาคลาดเคลื่อนอาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในการซื้อขายเกิดความหน่วง และเกิดเหตุการณ์ที่สำคัญต่อตลาด
สลิปเพจอาจเกิดขึ้นได้เมื่อดำเนินการคำสั่งซื้อขายแบบ Market และคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าในทุกประเภทบัญชี
สลิปเพจเป็นเรื่องไม่ดีหรือไม่?
+
เพื่อประสบการณ์การเทรดที่เสถียรมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงสลิปเพจ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์เชิงลบเสมอไป เพราะส่วนต่างของราคาอาจเป็นผลดีหรือผลเสียต่อเทรดเดอร์ก็ได้
- ราคาคลาดเคลื่อนที่เป็นบวก คือกรณีที่ราคา Ask ต่ำลงเมื่อซื้อ หรือราคา Bid สูงขึ้นเมื่อขาย
- ราคาคลาดเคลื่อนที่เป็นลบ คือกรณีที่ราคา Ask สูงขึ้นเมื่อซื้อ หรือราคา Bid ต่ำลงเมื่อขาย
ควรใช้คำสั่ง Limit มากกว่าคำสั่ง Stop เนื่องจากคำสั่ง Limit อาจส่งผลให้ราคาคลาดเคลื่อนเป็นบวก เนื่องจากสามารถดำเนินการคำสั่งในราคาที่ร้องขอหรือราคาที่ดีกว่า ในขณะที่คำสั่ง Stop อาจส่งผลให้เกิดราคาคลาดเคลื่อนเป็นลบ เนื่องจากสามารถดำเนินการคำสั่งในราคาที่ร้องขอหรือราคาที่แย่กว่า
การจัดการสลิปเพจ
วิธีที่มีประสิทธิภาพในการจัดการสลิปเพจคือการใช้คำสั่ง limit ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อขาย นอกจากนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีความผันผวนสูง
คำสั่ง Limit ไม่ส่งผลให้เกิดราคาคลาดเคลื่อนที่เป็นลบ ส่วนคำสั่ง Stop ก็ไม่ส่งผลให้เกิดราคาคลาดเคลื่อนที่เป็นบวก
สมมติว่ามีการเปิดคำสั่งซื้อขายด้วยตัวแปรดังต่อไปนี้
- คำสั่ง Buy 1 ล็อต EURUSD ที่ราคา 1.35601
- Stop Loss (SL): 1.35580
- Take Profit (TP): 1.35700
- ราคาก่อนเกิดช่องว่างของราคา: (1.35680)
- ราคาหลังเกิดช่องว่างของราคา: (1.35890)
- ช่วงที่ไม่มีราคาคลาดเคลื่อน: 0-8 ปิ๊ป
คำสั่งซื้อขายเปิดที่ราคา 1.35601 โดยมีแผนจะปิดที่ราคา 1.35700 (TP) หากราคาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคากระโดดจาก 1.35680 ไปเป็น 1.35890 เนื่องจากเกิดช่องว่างของราคาในตลาด
สำหรับกฎราคาคลาดเคลื่อนของเรา ส่วนต่างระหว่างราคาที่ร้องขอ (1.35700) กับราคาหลังเกิดช่องว่างของราคา (1.35890) จะถูกนำมาคำนวณและตรวจสอบเทียบกับช่วงที่ไม่มีราคาคลาดเคลื่อนเพื่อกำหนดราคาในการดำเนินการคำสั่งซื้อขาย
ส่วนต่าง = (1.35700 - 1.35890)/0.0001 = 19 ปิ๊ป
เนื่องจากส่วนต่างนี้เป็นตัวเลขที่เกินกว่าช่วงที่ไม่มีราคาคลาดเคลื่อน คำสั่งซื้อขายจึงถูกดำเนินการที่ราคา 1.35890 ซึ่งทำให้ได้กำไรมากกว่าเมื่อเทียบกับ TP ที่ตั้งค่าไว้ (1.35700)
สมมติว่ามีการเปิดคำสั่งซื้อขายด้วยตัวแปรดังต่อไปนี้
- คำสั่ง Buy 1 ล็อต EURUSD ที่ราคา 1.35601
- Stop Loss (SL): 1.35580
- Take Profit (TP): 1.35700
- ราคาก่อนเกิดช่องว่างของราคา: (1.35590)
- ราคาหลังเกิดช่องว่างของราคา: (1.35480)
- ช่วงที่ไม่มีราคาคลาดเคลื่อน: 0-8 ปิ๊ป
คำสั่งซื้อขายเปิดที่ราคา 1.35601 โดยมีแผนจะปิดที่ราคา 1.35580 (SL) หากราคาลดลง อย่างไรก็ตาม ราคากระโดดจาก 1.35590 ไปเป็น 1.35480 เนื่องจากเกิดช่องว่างของราคาในตลาด
สำหรับกฎราคาคลาดเคลื่อนของเรา ส่วนต่างระหว่างราคาที่ร้องขอ (1.35580) กับราคาหลังเกิดช่องว่างของราคา (1.35480) จะถูกนำมาคำนวณและตรวจสอบเทียบกับช่วงที่ไม่มีราคาคลาดเคลื่อนเพื่อกำหนดราคาในการดำเนินการคำสั่งซื้อขาย
ส่วนต่าง = (1.35580 - 1.35480)/0.0001 = 10 ปิ๊ป
เนื่องจากส่วนต่างนี้เป็นตัวเลขที่เกินกว่าช่วงที่ไม่มีราคาคลาดเคลื่อน คำสั่งซื้อขายจึงถูกดำเนินการที่ราคา 1.35480 ซึ่งทำให้ขาดทุนมากกว่าเมื่อเทียบกับ SL ที่ตั้งค่าไว้ (1.35580)